ใครออกเดทกับ Maria Ivanova Katatcharova?
Alexander I of Russia วันที่ Maria Ivanova Katatcharova จาก ? ถึง ?.
Nicholas I of Russia วันที่ Maria Ivanova Katatcharova จาก ? ถึง ?.
Maria Ivanova Katatcharova
Alexander I of Russia
จักรพรรดิอะเลคซันดร์ที่ 1 หรือพระนามเต็มคือ อะเลคซันดร์ ปัฟโลวิช (รัสเซีย: Александр Павлович 23 ธันวาคม [ตามปฏิทินเก่า: 12 ธันวาคม] ค.ศ. 1777 – 1 ธันวาคม [ตามปฏิทินเก่า: 19 พฤศจิกายน] ค.ศ. 1825) เป็นจักรพรรดิแห่งรัสเซียระหว่าง ค.ศ. 1801 ถึง ค.ศ. 1825 และเป็นกษัตริย์แห่งโปแลนด์องค์แรกที่เป็นชาวรัสเซีย ระหว่างค.ศ. 1815 ถึง 1825 และยังทรงเป็นแกรนด์ดยุกแห่งฟินแลนด์ชาวรัสเซียองค์แรกเช่นกัน นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นบิดาอุปถัมภ์ของเจ้าหญิงอเล็กซันดรินา วิกตอเรีย แห่งเคนต์ (ภายหลังคือสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย)
จักรพรรดิอะเลคซันดร์ที่ 1 เสด็จพระราชสมภพในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก เป็นโอรสของแกรนด์ดยุกพอล เปโตรวิช (ภายหลังคือจักรพรรดิพอลที่ 1) และขึ้นครองราชบังลังก์รัสเซียภายหลังที่พระราชบิดาถูกปลงพระชนม์ พระองค์ปกครองรัสเซียในช่วงที่ยุโรปเกิดสงครามใหญ่ คือสงครามนโปเลียน แม้พระองค์เป็นคนหัวเสรีแต่ก็ทรงใช้นโยบายการปกครองแบบรวมศูนย์ ในปีแรกของรัชสมัย พระองค์ทรงริเริ่มการปฏิรูปขนานเล็กในสังคม และไม่กี่ปีต่อมาก็มีการปฏิรูปสังคมขนานใหญ่ ทรงปฏิรูปการศึกษาให้มีความเป็นเสรี และแม้ว่าทรงให้คำมั่นที่จะปฏิรูปรัฐธรรมนูญและการปฏิรูประบอบทาสอย่างเด็ดขาด แต่ประเด็นนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม
พระองค์เข้าร่วมกับพันธมิตรต่อต้านนโปเลียนแห่งฝรั่งเศสที่มีสหราชอาณาจักรเป็นแกนนำ โดยในปี 1805 ได้เข้าร่วมกับสหราชอาณาจักรในสงครามสหสัมพันธมิตรครั้งที่สาม จนกระทั่งพบความพ่ายแพ้ใหญ่หลวงในยุทธการที่เอาสเทอร์ลิทซ์ ก็ทำให้พระองค์หันมาผูกมิตรกับนโปเลียน หลังจากนั้น รัสเซียก็หันไปทำการรบย่อยทางทะเลกับสหราชอาณาจักรระหว่างปี 1807 ถึง 1812 อย่างไรก็ตาม พระองค์กับนโปเลียนก็มีความขัดแย้งกันเสมอในเรื่องเกี่ยวกับโปแลนด์ ความขัดแย้งนี้ทำให้พันธมิตรรัสเซีย-ฝรั่งเศสพังทลายลงในปี 1810 และทำให้นโปเลียนยกทัพเข้ารุกรานรัสเซียในปี 1812 ซึ่งนำความพินาศย่อยยับมาสู่กองทัพของนโปเลียน นอกจากนี้ ยังทรงยึดครองดินแดนได้อีกมายมาย อาทิ บางส่วนของจอร์เจีย, ดาจีสถานในปัจจุบัน และยังแย่งชิงอาเซอร์ไบจานมาจากเปอร์เซีย
ความดีความชอบในการมีส่วนร่วมโค่นล้มนโปเลียน ทำให้รัสเซียได้ดินแดนในฟินแลนด์และโปแลนด์บางส่วนมา และพระองค์ยังได้จัดตั้งพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อหยุดยั้งกระแสการปฏิวัติในทวีปยุโรปซึ่งพระองค์มองว่าเป็นภัยคุกคามที่ชั่วร้ายต่อระบอบกษัตริย์ชาวคริสต์อันชอบธรรม ในช่วงครึ่งหลังของรัชกาล อะเลคซันดร์เริ่มกลายเป็นจักรพรรดิผู้บ้าอำนาจ ก่อให้เกิดกลุ่มต่อต้านพระองค์มากมาย และพระองค์เองก็มีจิตหวาดระแวงต่อแผนลับเพื่อโค่นล้มพระองค์ ส่งผลให้การปฏิรูปหลายอย่างที่พระองค์ทำเอาไว้ก่อนหน้าเป็นอันยุติ พระองค์สั่งปิดโรงเรียนที่มีครูต่างชาติ การศึกษามีความยึดโยงกับศาสนามากขึ้น เช่นเดียวกับระบบการปกครองที่ดูโน้มเอียงสู่แบบเก่า
จักรพรรดิอะเลคซันดร์ที่ 1 สวรรคตจากไข้รากสาดใหญ่เมื่อปี 1825 ขณะเดินทางประพาสภาคใต้ของรัสเซีย และเนื่องจากพระองค์ไม่มีทายาท ส่งผลให้แกรนด์ดยุกคอนสแตนติน ปาฟโลวิช พระอนุชาองค์ใหญ่ซึ่งประทับอยู่ในโปแลนด์ กลายเป็นทายาทโดยสันนิษฐาน ในการนี้ แกรนด์ดยุกนีโคลัส พระอนุชาองค์เล็ก เป็นผู้ออกคำประกาศในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กให้แกรนด์ดยุกคอนสแตนตินเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ แต่เมื่อคำประกาศเดินทางถึงโปแลนด์ แกรนด์ดยุกคอนสแตนตินกลับปฏิเสธราชสมบัติ ส่งผลให้ราชสมบัติตกสู่แกรนด์ดยุกนีโคลัส
อ่านเพิ่มเติม...Maria Ivanova Katatcharova
Nicholas I of Russia
Nicholas I (6 July [O.S. 25 June] 1796 – 2 March [O.S. 18 February] 1855) was Emperor of Russia, King of Congress Poland, and Grand Duke of Finland from 1825 to 1855. He was the third son of Paul I and younger brother of his predecessor, Alexander I. Nicholas's thirty-year reign began with the failed Decembrist revolt. He is mainly remembered as a reactionary whose controversial reign was marked by geographical expansion, centralisation of administrative policies, and repression of dissent both in Russia and among its neighbors. Nicholas had a happy marriage that produced a large family, with all of their seven children surviving childhood.
Nicholas's biographer Nicholas V. Riasanovsky said that he displayed determination, singleness of purpose, and an iron will, along with a powerful sense of duty and a dedication to very hard work. He saw himself as a soldier—a junior officer consumed by spit and polish. A handsome man, he was highly nervous and aggressive. Trained as a military engineer, he was a stickler for minute detail. In his public persona, stated Riasanovsky, "Nicholas I came to represent autocracy personified: infinitely majestic, determined and powerful, hard as stone, and relentless as fate."
Nicholas I was instrumental in helping to create an independent Greek state and resumed the Russian conquest of the Caucasus by seizing Iğdır Province and the remainder of modern-day Armenia and Azerbaijan from Qajar Iran during the Russo-Persian War (1826–1828). He ended the Russo-Turkish War (1828–1829) successfully as well. He crushed the November Uprising in Poland in 1831 and decisively aided Austria during the Hungarian Revolution of 1848. Later on, however, he led Russia into the Crimean War (1853–1856), with disastrous results. Historians emphasize that his micromanagement of the armies hindered his generals, as did his misguided strategy. Several historians have concluded that "the reign of Nicholas I was a catastrophic failure in both domestic and foreign policy." On the eve of his death, the Russian Empire spanned over 20 million square kilometers (7.7 million square miles), but had a desperate need for reform.
อ่านเพิ่มเติม...