ใครออกเดทกับ Christine Bleakley?

  • Frank Lampard วันที่ Christine Bleakley จาก ? ถึง ?. ช่องว่างอายุ 0 ปี 7 เดือน 13 วัน.

Christine Bleakley

Christine Bleakley
เกิดเมื่อวันที่
คำอธิบายที่จะเพิ่มเร็ว ๆ นี้
 

Frank Lampard

Frank Lampard

แฟรงก์ เจมส์ แลมพาร์ด (อังกฤษ: Frank James Lampard; เกิดวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1978) เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษและอดีตผู้เล่นซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมสโมสรคอเวนทรีซิตีในศึกอีเอฟแอลแชมเปียนชิป ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเชลซีและเป็นหนึ่งในกองกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขา แลมพาร์ดมีสถิติเป็นกองกลางที่ยิงประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกและยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษมากที่สุด (41 ประตู) เขายังครองสถิติสำคัญหลายรายการตลอดทศวรรษ 2000 ซึ่งรวมถึงการลงสนามมากที่สุด และการทำประตูมากที่สุดในลีก เขามีจุดเด่นในด้านทักษะการทำประตูจากระยะไกลและการเล่นลูกตั้งเตะ

แลมพาร์ดเล่นในตำแหน่งกองกลางบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ เริ่มต้นอาชีพกับเวสต์แฮมยูไนเต็ดใน ค.ศ. 1995 ซึ่งเป็นสโมสรที่คุณพ่อของเขาอย่างแฟรงก์ แลมพาร์ด ซีเนียร์เคยลงเล่น จากนั้น เขาย้ายร่วมสโมสรคู่อริในกรุงลอนดอนอย่างเชลซีใน ค.ศ. 2001 ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จและชื่อเสียงในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ โดยตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ลงเล่นกับเชลซี แลมพาร์ดเป็นผู้นำในการทำประตูของสโมสรแม้จะไม่ใช่ผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า โดยทำประตูรวมทุกรายการไปถึง 211 ประตู (147 ประตูในพรีเมียร์ลีก) เขาพาทีมชนะเลิศพรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1 สมัย, ยูฟ่ายูโรปาลีก 1 สมัย, เอฟเอคัพ 4 สมัย, และลีกคัพ 2 สมัย แลมพาร์ดได้รับรางวัลนักฟุตบอลแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอล ค.ศ. 2005 และอันดับสองในการประกาศรางวัลบาลงดอร์ และรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี เขาอำลาสโมสรและย้ายร่วมทีมแมนเชสเตอร์ซิตี ใน ค.ศ. 2014 ตามด้วยสโมสรนิวยอร์กซิตีในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ในปีต่อมา และประกาศเลิกเล่นอาชีพใน ค.ศ. 2017

แลมพาร์ดเป็น 1 ใน 11 ผู้เล่น และเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางเพียงคนเดียวที่ทำครบ 150 ประตูในพรีเมียร์ลีก เขายังเป็นเจ้าของสถิติแอสซิสต์มากที่สุดอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกจำนวน 102 ครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก เขายังได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ และมีชื่อในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ 3 ครั้ง และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก 4 ครั้ง รวมทั้งรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก 1 ครั้ง นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ทำแอสซิสต์สูงสุดประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีกอีก 3 ครั้ง และยังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของฟิฟโปรและเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ภายหลังอำลาสโมสร เขาได้รับคัดเลือกจากแฟน ๆ ให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นแห่งทศวรรษของเชลซี รวมทั้งการเสนอชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศพรีเมียร์ลีกใน ค.ศ. 2021

ในระดับนานาชาติ แลมพาร์ดลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษจำนวน 106 นัด โดยลงสนามในนามทีมชุดใหญ่ครั้งแรกใน ค.ศ. 1999 เขามีส่วนร่วมในการแข่งขันระดับเมอร์หลายครั้ง ได้แก่ฟุตบอลโลก 3 สมัย (ค.ศ. 2006, 2010 และ 2014) และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 ซึ่งเขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน แลมพาร์ดทำประตูให้ทีมชาติอังกฤษ 29 ประตู จากการลงสนาม 106 นัด และได้รับการโหวตให้เป็นผู้ชนะรางวัลผู้เล่นอังกฤษยอดเยี่ยมประจำปีสองสมัยติดต่อกันใน ค.ศ. 2004 และ 2005 และภายหลังยุติบทบาทจากทีมชาติใน ค.ศ. 2014 เขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติชในปีต่อมา จากผลงานโดดเด่นในอาชีพนักฟุตบอลของประเทศอังกฤษ เขาผันตัวไปทำหน้าที่นักวิเคราะห์ฟุตบอล และมีผลงานการเขียนหนังสือเด็กหลายรายการ

แลมพาร์ดเริ่มอาชีพผู้จัดการทีมครั้งแรกใน ค.ศ. 2018 โดยเริ่มงานกับสโมสรดาร์บีเคาน์ตีในระดับอีเอฟแอลแชมเปียนชิป พาทีมเข้าสู่อีเอฟแอลแชมเปียนชิป เพลย์ออฟ 2019 นัดชิงชนะเลิศ ก่อนจะแพ้แอสตันวิลลาด้วยผลประตู 1–2 ทำให้ต้นสังกัดไม่ได้เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก เขาได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมเชลซีในปีต่อมา และพาทีมจบอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก และเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพในฤดูกาลแรก ก่อนจะถูกปลดจากผลงานย่ำแย่ใน ค.ศ. 2021 และได้รับแต่งตั้งให้คุมทีมเอฟเวอร์ตันในเดือนมกราคม ค.ศ. 2022 แต่ก็ถูกปลดหลังอยู่ในตำแหน่งได้หนึ่งปี เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมรักษาการให้แก่เชลซีอีกครั้งในช่วงปลายฤดูกาล 2022–23 แต่พาทีมทำผลงานย่ำแย่ด้วยการชนะเพียงนัดเดียวจาก 11 นัดรวมทุกรายการ และยุติบทบาทเมื่อจบฤดูกาล งานต่อมาของเขาคือการคุมทีมคอเวนทรีซิตีในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2024

อ่านเพิ่มเติม...