ใครออกเดทกับ Alexander Yermolov?

Alexander Yermolov

Alexander Yermolov

Alexander Petrovich Yermolov (1754–1834) was a Russian favourite and the lover of Catherine the Great from 1785 to 1786.

Yermolov was presented to Catherine by Grigory Potemkin, tested by Anna Protasova and became Catherine's lover in 1785. He collaborated with the enemies of Potemkin and attempted to have Potemkin removed, and thereby lost his position. He went to Paris in the late 1780s and spent the rest of his life in Schloss Frohsdorf.

อ่านเพิ่มเติม...
 

จักรพรรดินีเยกาเจรีนาที่ 2 แห่งรัสเซีย

จักรพรรดินีเยกาเจรีนาที่ 2 แห่งรัสเซีย

จักรพรรดินีเยกาเจรีนาที่ 2 หรือ ซึ่งทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า เยกาเจรีนามหาราชินี หรือพระนามเดิมคือ โซฟี เอากุสเทอ ฟรีเดอรีเคอ แห่งอัลฮัลท์-แซบสท์ (เยอรมัน: Sophie Auguste Friederike von Anhalt- Zerbst; 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1729 – 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1796) ทรงเป็นเจ้าหญิงชาวเยอรมันโดยกำเนิด และต่อมาได้อภิเษกเข้าสู่ราชวงศ์รัสเซีย ต่อมาได้ขึ้นครองราชสมบัติรัสเซียต่อจากพระสวามี พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดินีมีชื่อเสียงและครองราชย์ยาวนานที่สุดของรัสเซีย ทรงขึ้นครองราชย์หลังจากการรัฐประหารและการปลงพระชนม์จักรพรรดิปิออตร์ที่ 3แห่งรัสเซียพระราชสวามีของพระองค์เอง (ไม่นานหลังจากการสิ้นสุดของสงครามเจ็ดปี) จนกระทั่งเสด็จสวรรคต การปกครองของพระองค์เป็นการอธิบายถึงการเป็น พระประมุขผู้ทรงภูมิธรรม (enlightened despot) ทั้งยังทรงฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซียให้แข็งแกร่งและมีอาณาเขตกว้างกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนรัสเซียกลายมาเป็นชาติมหาอำนาจที่สำคัญมากที่สุดชาติหนึ่งในยุโรปในยุคนั้น

ในการเข้าถึงขุมอำนาจและปกครองจักรวรรดิของพระองค์ พระนางเยกาเจรีนา มักจะทรงพึ่งพาอำนาจจากเหล่าขุนนางที่ทรงโปรดปราน และผู้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเช่นกริกอรี ออโลฟ และกริกอรี โปเตมคิน หรือเหล่านายพลผู้มีอำนาจบารมีสูงเช่น ปิออตร์ รูเมียนเซฟ และอะเลคซันดร์ ซูโวรอฟ หรือแม้แต่พลเรือเอกเช่น ฟิโอดอร์ อูชาคอฟ พระนางปกครองรัสเซียในช่วงเวลาที่จักรวรรดิได้ทำการแผ่ขยายอาณาเขตของตนโดยทั้งการศึกสงครามและการทูต ทางทิศใต้, อาณาจักรข่านแห่งไครเมียร์ถูกบดขยี้และตามมาด้วยชัยชนะเหนือจักรวรรดิออตโตมันในสงครามรัสเซีย-ตุรกี ต่อมารัสเซียได้ทำการเข้ายึดครองดินแดนอันว่างเปล่าแห่งโนโวรอสซิยาตลอดจนชายฝั่งทะเลดำและทะเลอะซอฟ ทางทิศตะวันตก, เครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนียซึ่งถูกปกครองโดยอดีตคนรักของพระนาง พระเจ้าสตาญิสวัฟที่ 2 เอากุสตุส ปอญาตอฟสกี ในที่สุดก็ถูกแบ่งแยกออกจากกันโดยรัสเซียได้ส่วนแบ่งของดินแดนมากที่สุด ทางทิศตะวันออก, รัสเซียเริ่มเข้ายึดครองอะแลสกาในรูปแบบของอาณานิคมจนนำไปสู่การก่อตั้งอเมริกาของรัสเซีย

พระองค์ทรงทำการปฏิรูประบบราชการภายในของเขตกูเบอร์นิยา รวมไปถึงมีรับสั่งให้สถาปนาเมืองและหมู่บ้านขึ้นมากมาย และในฐานะที่ทรงเป็นผู้นิยมชมชอบพระราชกรณียกิจของจักรพรรดิปิออตร์ที่ 1 แห่งรัสเซียพระองค์จึงได้ดำเนินพระราโชบายตามแนวทางของจักรพรรดิปิออตร์ที่ 1แห่งรัสเซียโดยการปฏิรูปรัสเซียให้เข้าสู่ความทันสมัยตามแบบฉบับชาติยุโรปตะวันตก อย่างไรก็ตามการเข้ารับราชการในกองทัพและระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงต้องพึ่งพาระบบทาสอยู่ต่อไป ในขณะที่ความต้องการใช้แรงงานของประเทศและของเหล่าผู้ครอบครองที่ดินเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การใช้แรงงานทาสดำเนินไปถึงขั้นกดขี่แรงงานทาส และระบบทาสดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในเหตุผลประการสำคัญของการก่อกบฏหลายต่อหลายครั้ง ดังเช่นกบฏปูกาเชฟที่มีกองทหารม้าและชาวนาจำนวนมากมายเข้าร่วมการกบฏ

ตลอดระยะเวลาในการครองราชย์หรือ สมัยเยกาเจรีนา ถูกพิจารณาว่าเป็นยุคทองของจักรวรรดิรัสเซียและของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในรัสเซีย แถลงการณ์ว่าด้วยเสรีภาพของขุนนางซึ่งเป็นที่โต้แย้งกันในรัชสมัยของจักรพรรดิปีเตอร์ที่ 3 ก็ได้รับการยินยอมในช่วงรัชสมัยของพระนางเยกาเจรีนา โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ได้ให้อิสรภาพแก่บรรดาขุนนางไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของกองทัพหรือการรับราชการสนองคุณประเทศ ให้อิสรภาพในการครอบครองที่อยู่อาศัย เช่น แมนชันรูปแบบคลาสสิก โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมดังกล่าวเป็นที่นิยมและได้รับการสนับสนุนโดยพระนางเจ้าเยกาเจรีนาอย่างมาก ก่อให้เกิดตึกรามบ้านช่องอันหรูหราขึ้นจำนวนมาก ซึ่งตลอดช่วงการครองราชย์ของพระองค์ได้ทรงทำให้โฉมหน้าของประเทศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จึงกล่าวได้ว่ารัชสมัยของพระนางคือยุคเรืองปัญญาของรัสเซียก็ว่าได้

อ่านเพิ่มเติม...