ใครออกเดทกับ จักรพรรดิติตุส?

  • Berenice วันที่ จักรพรรดิติตุส จาก ? ถึง ?.

จักรพรรดิติตุส

จักรพรรดิติตุส

ติตุส ฟลาวิอุส ไกซาร์ แว็สปาซิอานุส เอากุสตุส (ละติน: TITVS FLAVIVS CAESAR VESPASIANVS AVGVSTVS; 30 ธันวาคม ค.ศ. 39 – 13 กันยายน ค.ศ. 81) เป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันของราชวงศ์ฟลาวิอุสองค์ที่สอง ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 79 ถึงวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 81 ราชวงศ์นี้ก่อตั้งโดยพระราชบิดาจักรพรรดิแว็สปาซิอานุสซึ่งเป็นราชวงศ์ที่มีจักรพรรดิเพียงสามพระองค์ที่รวมทั้งจักรพรรดิดอมิติอานุสพระอนุชาผู้ครองราชย์ต่อจากติตุส

ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิติตุสเป็นแม่ทัพโรมันผู้มีชื่อเสียงผู้รับราชการภายใต้พระราชบิดาในจังหวัดยูเดีย (Iudaea Province) ระหว่างสงครามยิว-โรมันครั้งที่หนึ่ง (First Jewish-Roman War) ที่เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 67 ถึงปี ค.ศ. 70 สงครามมายุติลงชั่วคราวเมื่อจักรพรรดิแนโรมาเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 68 เมื่อจักรพรรดิแว็สปาซิอานุสเข้าชิงอำนาจในการเป็นพระจักรพรรดิระหว่างสมัยที่เรียกว่าปีสี่จักรพรรดิ (Year of the Four Emperors)เมื่อจักรพรรดิแว็สปาซิอานุสได้รับการประกาศให้เป็นพระจักรพรรดิเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 69 ติตุสก็ได้รับมอบหมายให้ทำสงครามปราบปรามชาวยิวในยูเดียต่อให้เสร็จสิ้น ซึ่งติตุสก็สามารถทำสำเร็จได้ในปี ค.ศ. 70 โดยการล้อมกรุงเยรุซาเล็ม และทำลายเมืองและวัดที่สองแห่งกรุงเยรุซาเล็ม เพื่อเป็นการฉลองในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ทางกรุงโรมก็ได้ก็สร้างประตูชัยติตุส (Arch of Titus) เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ติตุสซึ่งยังคงตั้งอยู่ในกรุงโรมจนปัจจุบันนี้

ระหว่างรัชสมัยการปกครองของพระราชบิดา ติตุสก็สร้างชื่อเสียงในทางที่ไม่ใคร่ดีนักในฐานะผู้บังคับบัญชากองทหารรักษาพระองค์เพรทอเรียน (Praetorian Guard) โดยไปมีความสัมพันธ์อันเป็นที่ร่ำลือกับพระราชินีชาวยิวแบเรนิซ แม้ว่าเรื่องชื่อเสียงจะเป็นที่น่ากังวลอยู่บ้าง แต่ติตุสก็ขึ้นครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิต่อจากพระราชบิดาด้วยความมีประสิทธิภาพ และถือว่าเป็นพระจักรพรรดิผู้มีคุณธรรมโดยซุเอโตนิอุส(Suetonius) และนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยคนอื่น ๆ

ในฐานะพระจักรพรรดิติตุสมีชื่อเสียงในการสร้างสิ่งก่อสร้างสาธารณะในกรุงโรม โดยสร้างสนามกีฬากลางแจ้งเฟลเวียน (Flavian Amphitheatre) หรือที่เรียกว่าโคลอสเซียมที่เริ่มขึ้นในรัชสมัยของพระราชบิดาจนเสร็จ นอกจากนั้นแล้วก็ยังทรงได้ชื่อว่าเป็นพระจักรพรรดิผู้มีพระมหากรุณาธิคุณในการทรงช่วยเหลือประชาชนในเมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นสองครั้ง ๆ แรกเมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดในปี ค.ศ. 79 และครั้งที่สองเมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในกรุงโรมในปี ค.ศ. 80

จักรพรรดิติตุสครองราชย์อยู่ไม่ทันถึงสองปีก็เสด็จสวรรคตด้วยไข้เมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 81 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทพ (Apotheosis) โดยสภาเซเนตโรมัน

อ่านเพิ่มเติม...
 

Berenice

Berenice

Berenice of Cilicia, also known as Julia Berenice and sometimes spelled Bernice (Greek: Βερενίκη or Βερνίκη, Bereníkē or Berníkē; 28 – after 81), was a Jewish client queen of the Roman Empire during the second half of the 1st century. Berenice was a member of the Herodian dynasty that ruled the Roman province of Judaea between 39 BC and 92 AD. She was the daughter of King Herod Agrippa I and Cypros and a sister of King Herod Agrippa II.

What little is known about her life and background comes mostly from the early historian Flavius Josephus, who detailed a history of the Jewish people and wrote an account of the Jewish Rebellion of 67. Suetonius, Tacitus, Dio Cassius, Aurelius Victor, and Juvenal also write about her. She is also mentioned in the Acts of the Apostles (25:13, 23; 26:30). However, it is for her tumultuous love life that she is primarily known since the Renaissance. Her reputation was based on the bias of the Romans against Eastern princesses like Cleopatra, or later Zenobia. After two marriages in which she was widowed in her 40s, she spent much of the remainder of her life at the court of Herod Agrippa II, amidst rumors the two were carrying on an incestuous relationship; though, this was never proved. During the First Jewish-Roman War, she began a love affair with the future emperor Titus Flavius Vespasianus. However, her unpopularity among the Romans compelled Titus to dismiss her on his accession as emperor in 79. When he died two years later, she disappeared from the historical record.

อ่านเพิ่มเติม...