ใครออกเดทกับ หลุยส์ เดอ เครูอาล?

  • Charles II of England วันที่ หลุยส์ เดอ เครูอาล จาก ? ถึง ?. ช่องว่างอายุ 19 ปี 2 เดือน 29 วัน.

หลุยส์ เดอ เครูอาล

หลุยส์ เดอ เครูอาล

หลุยส์ เดอ เครูอาล ดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธ (กันยายน พ.ศ. 2192- 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2277) เป็นพระสนมเอกคนที่สองของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ หลุยส์เป็นพระกำนัลของเจ้าหญิงเฮนเรียตตา เจ้าหญิงเฮนเรียตตาได้เสด็จมาที่อังกฤษในปี พ.ศ. 2213 เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ได้ทรงเห็นหน้าตาหลุยส์ที่งดงามใสสะอาดเนื่องจากไม่ได้แต่งหน้าพระองค์ก็ทรงชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง หลุยส์เป็นสาวน้อยวัย 21 ปีที่กิริยามารยาทเรียบร้อยสมเป็นลูกผู้ดี

เจ้าหญิงได้สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันขณะมีพระชนมายุ 26 ปี ยังไม่ทันเสด็จกลับ หลุยส์ตกค้างอยู่ในราชสำนัก พระเจ้าชาร์ลส์ทรงประทานตำแหน่งนางกำนัลของสมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน ให้แก่หลุยส์ ต่อมหลุยส์ได้ทำหน้าที่เป็นสนมคนใหม่ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่จอห์น เอเวลินกล่าวว่า "งามเหมือนเด็กทารก" คือ งามบริสุทธิ์นั่นเอง ต่อมาหลุยส์ก็ได้คลอดลูกชายที่ชื่อ ชาร์ลส์ ซึ่งต่อมาก็คือดยุกแห่งริชมอนด์ หลุยส์ไม่เคยแต่งงานมาก่อนที่จะได้เป็นพระสนม หลุยส์ก็เลยเป็นดัชเชสแห่งปอร์ตสมัธแบบ Duchess in Her Own Right คือเป็นดัชเชสด้วยตนเอง ไม่ได้เป็นภรรยาของดยุก

ถึงแม้หลุยส์จะมีหน้าตาที่ใสซื่อสะอาดสะอ้าน (ดูจากรูปวาดจะเห็นว่าหลุยส์จะไม่ค่อยแต่งหน้ามากนัก) แต่เธอก็เป็นคนฉลาด ไม่หัวอ่อน และสามารถเรียกความสนใจได้มากกว่าดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ด้วยซ้ำ ถึงแม้หลุยส์จะอยู่ที่อังกฤษ แต่ใจของเธอก็ได้ไปอยู่กับฝรั่งเศส นายเหนือหัวที่เธอรักมากที่สุดคือสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสมากกว่าพระเจ้าชาร์ลส์ หลุยส์ทำหน้าที่เป็นสายลับดูความเคลื่อนไหวของราชวงศ์สจ๊วตทุกย่างก้าว ด้วยการที่ไปล่วง แคะ แกะ เกา ความลับของอังกฤษจากพระเจ้าชาร์ลส์ หลุยส์ได้กลับไปรายงานเรื่องราวต่างๆในราชสำนักแก่ฝรั่งเศส ตลอดจนโน้มน้าวให้พระเจ้าชาร์ลส์ทรงหันมานับถือคาธอลิก แต่พระองค์ก็ทรงพระทัยแข็งพอที่จะปฏิเสธหลุยส์ทั้งๆที่ทรงเลื่อมใสคาธอลิกมาก

หลุยส์เป็นคนโปรดแห่งราชสำนักอังกฤษ หลุยส์สามารถพิชิตใจพระเจ้าชาร์ลส์ทำให้เธอ "ขึ้น"ตลอด ไม่มีวันตกแบบดัชเชสแห่งคลีฟแลนด์ หลุยส์ได้ทำให้ดยุกแห่งมอนมัธหมดรัศมีลงไป แต่คนที่หลุยส์กำจัดไม่ได้คือเนลล์ กวิน นางละครสาวสวย หลุยส์ตีสนิทกับเสนาบดีคนสำคัญ ยอมที่จะไปเป็นชู้เขา เพราะจะได้นำความลับของอังกฤษถวายพระเจ้าหลุยส์ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อฝรั่งเศส หลุยส์เป็นคนโลภมาก กอบโกยเงินพระคลังแทบเกลี้ยง ห้องชุดในพระราชวังไวท์ฮอลซึ่งตกแต่งกว่า 3 ครั้งจนกว่าจะเป็นที่พอใจ สิ้นเปลืองเงินไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว หลุยส์ได้เบี้ยหวัดรายปีถึง 27,000 ปอนด์ ไม่รวมบรรดาเพชรพลอยที่พระเจ้าชาร์ลส์ทรงประทานให้ลูกชายอีกมาก พระเจ้าหลุยส์ทรงส่งของกำนัลดีมาให้หลุยส์เป็นประจำเพื่อตอบแทนที่รับใช้ด้วยดี

หลุยส์เป็นดาราเจ้าน้ำตา เวลาพระเจ้าชาร์ลส์ทรงไม่ประทานอะไรให้หลุยส์ก็จะใช้วิธีนี้ประจำ ในที่สุดหลุยส์ก็ได้ไปทุกที หลุยส์เป็นคนที่รู้ใจพระเจ้าชาร์ลส์เป็นอย่างดีทำให้เป็นคนโปรดเสมอ ถึงแม้จะมีคู่แข่งคนสำคัญอย่างเนลล์ กวิน ก็ตาม

เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์สวรรคต หลุยส์มีหนี้สินท่วมหัว แต่พระเจ้าหลุยส์ก็ทรงอุปถัมภ์หลุยส์ จนเมื่อสวรรคตแล้วดยุกแห่งออร์เลอังส์ก็มารับช่วงต่อ หลุยส์เสียชีวิตในวัย 85 ปี.

อ่านเพิ่มเติม...
 

Charles II of England

Charles II of England

พระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Charles II of England; 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1630 – 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685) เป็นพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ สกอตแลนด์ และ ไอร์แลนด์ หลังจากการฟื้นฟูราชวงศ์อังกฤษ ในปี ค.ศ. 1660 จนกระทั่งการเสด็จสวรรคตของพระองค์ในปี ค.ศ. 1685

พระเจ้าชาลส์ที่ 2 พระราชสมภพเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1630 ที่พระราชวังเซนต์เจมส์ในกรุงลอนดอน เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าชาลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษและสมเด็จพระราชินีอ็องเรียต มารี ได้อภิเษกสมรสกับพระนางกาตารีนา และครองสกอตแลนด์ระหว่างวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1649 ถึงวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1651 และ อังกฤษ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1660 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685 พระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685 ที่พระราชวังไวท์ฮอลในกรุงลอนดอน

พระเจ้าชาลส์ที่ 2 เป็นพระมหากษัตริย์ตามกฎหมายหลังจากพระราชบิดาพระเจ้าชาลส์ที่ 1 ถูกประหารชีวิตที่พระราชวังไวต์ฮอลเมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1649 แต่รัฐสภาอังกฤษมิได้ประกาศแต่งตั้งให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์และผ่านบัญญัติว่าเป็นการดำรงตำแหน่งของพระองค์เป็นการผิดกฎหมาย จึงเกิดช่วงว่างระหว่างรัชกาลในอังกฤษ แต่ทางรัฐสภาสกอตแลนด์ประกาศให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ของชาวสกอตเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1649 ที่เอดินบะระ และรับพิธีราชาภิเษกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1651 หลังจากที่พ่ายแพ้ยุทธการวูสเตอร์เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1651 พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ก็เสด็จหนีไปยุโรปภาคพื้นทวีปและไปประทับลี้ภัยเป็นเวลา 9 ปีในประเทศฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ของสเปน

หลังจากที่รัฐบาลสาธารณรัฐภายใต้การนำของริชาร์ด ครอมเวลล์ล่มในปี ค.ศ. 1659 นายพลจอร์จ มองค์ก็อัญเชิญชาลส์ให้กลับมาเป็นสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษในสมัยที่เรียกกันว่า “การฟื้นฟูราชวงศ์อังกฤษ” พระเจ้าชาลส์ที่ 2 เสด็จกลับถึงอังกฤษเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1660 และเสด็จเข้าลอนดอนในวันประสูติครบ 30 พรรษาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1660 และทรงได้รับการราชาภิเศกเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษและ ไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1660

รัฐสภาภายใต้การนำของพระเจ้าชาลส์ที่ 2 ออกพระราชบัญญัติต่อต้านพิวริตันที่รู้จักกันในชื่อ “ประมวลกฎหมายแคลเรนดัน” (Clarendon code) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อหนุนสถานะของคริสตจักรแห่งอังกฤษ แม้ว่าในทางส่วนพระองค์แล้วพระเจ้าชาลส์ที่ 2 จะทรงสนับสนุนนโยบายความมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาก็ตาม ส่วนปัญหาใหญ่ในด้านการต่างประเทศในต้นรัชสมัยก็คือการสงครามอังกฤษ-เนเธอร์แลนด์ครั้งที่สอง ในปี ค.ศ. 1670 พระเจ้าชาลส์ทรงไปทำสัญญาลับกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสที่ระบุว่าฝรั่งเศสจะช่วยอังกฤษในสงครามอังกฤษ-เนเธอร์แลนด์ครั้งที่สาม และจะถวายเงินบำนาญแก่พระองค์โดยมีข้อแม้ว่าสมเด็จพระเจ้าชาลส์ต้องสัญญาว่าจะเปลื่ยนจากการนับถือนิกายแองกลิคันไปเป็นการนับถือนิกายโรมันคาทอลิก แต่พระเจ้าชาลส์มิได้ทรงระบุเวลาที่แน่นอนในเรื่องการเปลี่ยนนิกาย แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงพยายามเพิ่มสิทธิและเสรีภาพให้แก่ผู้นับถือนิกายโรมันคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนต์ต่าง ๆ มากขึ้นโดยการออกพระราชปฏิญญาพระคุณการุญในปี ค.ศ. 1672 แต่รัฐสภาบังคับให้ทรงถอนในปี ค.ศ. 1679

ในปี ค.ศ. 1679 ไททัส โอตส์สร้างข่าวลือเรื่อง “การลอบวางแผนโพพิช” ที่เป็นผลให้เกิดวิกฤตกาลการกีดกัดต่อมา เมื่อเป็นที่ทราบกันว่าดยุกแห่งยอร์กพระอนุชาของพระเจ้าชาลส์ที่ 2 และรัชทายาทผู้ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเจมส์ที่ 2เปลี่ยนไปนับถือโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้บ้านเมืองแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย ฝ่ายวิกสนับสนุนการยกเว้นไม่ให้ดยุกแห่งยอร์กขึ้นครองราชย์และฝ่ายทอรีต่อต้านการยกเว้น พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ทรงเข้าข้างฝ่ายหลัง หลังจากที่ผู้ก่อการโปรเตสแตนต์วางแผน “การลอบวางแผนไรย์เฮาส์” ที่จะปลงพระองค์เองและดยุกแห่งยอร์กในปี ค.ศ. 1683 ที่ทำให้ผู้นำพรรควิกหลายคนถูกประหารชีวิตหรือถูกเนรเทศ พระเจ้าชาลส์ที่ 2 จึงทรงยุบสภาในปี ค.ศ. 1679 และทรงราชย์โดยไม่มีรัฐสภาจนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685 ก่อนจะเสด็จสวรรคตพระเจ้าชาลส์ที่ 2 ก็ทรงเปลี่ยนไปนับถือโรมันคาทอลิกบนพระแท่นที่ประชวร

พระเจ้าชาลส์ไม่มีพระราชโอรสธิดากับพระนางกาตารีนาแห่งบรากังซา เพราะพระนางทรงเป็นหมัน แต่ทรงยอมรับว่ามีพระราชโอรสธิดานอกสมรส 12 องค์กับพระสนมหลายคน พระเจ้าชาลส์ที่ 2 ทรงเป็นที่รู้จักกันในพระนาม “ราชาเจ้าสำราญ” (Merrie Monarch) ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิตในราชสำนักของพระองค์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสำราญซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการที่ถูกเก็บกดมาเป็นเวลานานภายใต้การปกครองของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์และกลุ่มพิวริตัน

อ่านเพิ่มเติม...